ภาษาไทย  |  English  

แม่…..ผู้ให้กำเนิดชีวิต (ตอนที่๑)

แม่…..ผู้ให้กำเนิดชีวิต (ตอนที่๑)

                                                      นพ.พิษณุ ขันติพงษ์

      แม่ คำสั้นๆคำนี้มีความหมายใหญ่หลวงนัก เป็นหญิงผู้ให้กำเนิดชีวิตของทุกคนในโลก วันก่อนพระคุณเจ้าที่ผมนับถือได้เล่าให้ฟังว่ารู้สึกไม่สบายใจที่มีเด็กที่ท่านอบรมตั้งคำถามเกี่ยวกับพ่อแม่แบบที่ท่านนึกไม่ถึง ว่าทำไมเราต้องสำนึกในบุญคุณพ่อแม่ทั้งๆที่เราเกิดขึ้นมาจากความสนุกของคนทั้งสอง ผมได้เรียนท่านว่าปัจจุบันเด็กหลายคนไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ หลังคลอดแล้วพ่อแม่จำเป็นต้องไปทำงานในเมืองใหญ่หรือพ่อแม่ยังอยู่ในวัยเรียน หลังคลอดต้องมอบให้คนอื่นดูแลแทนทำให้ไม่มีความผูกพันกับพ่อแม่เท่าที่ควรจึงทำให้เกิดคำถามเช่นนี้ขึ้นในใจ ผมจึงตั้งใจที่จะเขียนบทความเกี่ยวกับแม่เพื่อให้ทุกคนเข้าใจถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของแม่ ความยากลำบากระหว่างการตั้งครรภ์ ความเจ็บปวดและอันตรายที่ต้องเผชิญระหว่างการคลอด อีกทั้งยังหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับการดูแลคุณแม่จะมีความเข้าใจและเห็นความสำคัญในการดูแลคุณแม่ด้วยหัวใจ

เนื่องจากผมเองเป็นสูติแพทย์จึงได้ทำงานใกล้ชิดกับคุณแม่มามากมาย ได้เห็นถึงความลำบากของแม่ ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ คุณแม่ต้องเผชิญกับการแพ้ท้องทานอะไรไม่ได้ บางคนมีอาการคลื่นไส้อาเจียนอย่างรุนแรงจำเป็นต้องเข้าพักรักษาตัวในรพ. พออายุครรภ์มากขึ้นก็มีปัญหากับการเพิ่มขนาดของหน้าท้อง ทำให้อึดอัดบางครั้งอาหารไม่ย่อย มีอาการท้องอืดมาก ระบบขับถ่ายแปรปรวน จนถึงระยะใกล้คลอดยิ่งมีอาการอึดอัดมากขึ้น ปัสสาวะบ่อยและลำบาก บางคนมีอาการปวดหลังรุนแรงเนื่องจากกล้ามเนื้อหลังต้องเกร็งเพื่อแบกรับน้ำหนักมากขึ้น ที่สำคัญที่สุดตั้งแต่รู้ว่าตั้งครรภ์คุณแม่จะทานอะไรหรือทำอะไรจะนึกถึงลูกในท้องก่อนเสมอ ถ้าไม่แน่ใจว่าอาจมีผลกระทบต่อลูกจะไม่ยอมตามใจตนเองเป็นอันขาด สร้างความลำบากแก่แม่มากบางครั้งต้องอดทานอาหารโปรดหรือไม่ได้ทำกิจกรรมที่ชอบ แต่แม่ก็ยอมทุกอย่างเพื่อลูก แม่แต่ฟังเพลงเดิมชอบลูกทุ่งหมอลำก็มาเปลี่ยนเป็นบีโธเฟน เพื่อให้สมองลูกพัฒนาการดี

แต่แม่หลายคนอาจต้องประสบกับความผิดหวังที่สูญเสียลูกในครรภ์ไม่ว่าจะเป็นการแท้งบุตรหรือลูกเสียชีวิตในครรภ์ บางคนลูกในครรภ์มีความผิดปกติ หรือแม่มีโรคประจำตัวที่ไม่ควรตั้งครรภ์เพราะจะทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต บางคนพบภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์จำเป็นต้องยุติการตั้งครรภ์ก่อนครบอายุครรภ์ ช่างเป็นความเจ็บปวดเเละทรมานใจแม่อย่างที่สุดที่ต้องตัดสินใจเอาลูกในครรภ์ออก แม้ว่าบางครั้งทำไปเพื่อรักษาชีวิตตนเอง แพทย์ผู้รักษาและทีมงานจึงต้องร่วมกับครอบครัวในการประคับประคองจิตใจแม่ให้เป็นปกติทั้งก่อนและหลังการยุติการตั้งครรภ์ แต่มีแม่บางคนที่ไม่ยอมเอาลูกออกแม้จะรู้ว่าตนเองอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้ ก็ยังยอมเสี่ยงชีวิตตนเองเพื่อลูก

ผมยังจำคุณแม่ท่านหนึ่งที่มีความรักลูกอย่างยิ่งใหญ่ได้แม้เหตุการณ์จะผ่านมากว่า๒๐ปีแล้ว ขณะนั้นการแพทย์ยังไม่เจริญเหมือนปัจจุบัน มีสามีภรรยาคู่หนึ่งอายุ๓๐ปีเศษ แต่งงานมากว่า๕ปี หลังแต่งงานได้ไม่นาน ภรรยาตรวจพบว่าเป็นโรคลูปัส(Systemic Lupus Erythematosus) หรือที่นิยมเรียกกันว่าโรคพุ่มพวง (เนื่องจากคุณพุ่มพวง ดวงจันทร์ ราชินีนักร้องลูกทุ่ง เสียชีวิตด้วยโรคนี้) ได้รับการรักษากับอายุรแพทย์อย่างสม่ำเสมอ แต่โรคมีการก้าวหน้าขึ้นจนทำให้การทำงานของไตเริ่มมีปัญหา แพทย์ได้แนะนำให้คุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ซึ่งจะทำให้โรคเลวลงได้ อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะคุมกำเนิดด้วยถุงยางอนามัยมาตลอด แต่ก็ยังเกิดการตั้งครรภ์ และเนื่องจากประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอบางครั้งขาดหายไปหลายเดือน ทำให้ไม่ได้สนใจว่าอาจเกิดการตั้งครรภ์ อีกทั้งมีรูปร่างค่อนข้างท้วม บวมแบบฉุๆที่บริเวณหน้าท้องด้วย(อาจเกิดจากยาที่ใช้รักษา) จึงไม่มีใครคิดว่าตั้งครรภ์ จนกระทั่งรู้สึกเหมือนมีก้อนในท้อง จึงไปพบแพทย์ ตรวจพบว่าตั้งครรภ์ได้๑๘สัปดาห์แล้ว อายุรแพทย์จึงได้ส่งมาปรึกษาผมซึ่งเป็นสูติแพทย์ หลังจากได้ตรวจครรภ์อย่างละเอียดแล้วพบว่าสุขภาพของเด็กในครรภ์อยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่เมื่อได้หารือกับอายุรแพทย์แล้วมีความเห็นว่าควรยุติการตั้งครรภ์ เนื่องจากจะเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคที่เป็นอยู่ อาจทำให้เกิดภาวะไตวายซึ่งเป็นอันตรายต่อแม่ถึงขั้นเสียชีวิต

นับเป็นความลำบากใจอย่างมากในชีวิตการเป็นสูติแพทย์ของผมอีกครั้งหนึ่งที่จะต้องแนะนำให้แม่เอาลูกในครรภ์ออก ผมเลือกที่จะอธิบายและให้คำแนะนำกับสามีตามลำพังก่อนเพื่อจะได้ช่วยกันโน้มน้าวแม่ได้ง่ายขึ้น ถึงแม้ว่าจะเลือกยุติการตั้งครรภ์ ในอายุครรภ์ขนาดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน แต่ก็ยังปลอดภัยกว่าการเก็บเด็กในครรภ์ไว้ เนื่องจากจะมีการคืบหน้าของโรคไปในทางเลวลง

สามีนั้นทำความเข้าใจได้ไม่ยากแม้ว่าใจจะอยากได้ลูกมากก็ตามแต่ชีวิตภรรยาทั้งคน มีความรักความผูกพันกันมานานหลายปีย่อมต้องเป็นห่วงชีวิตของภรรยามากกว่า ไม่ยอมที่จะต้องเสียไป(เคยมีคนกล่าวไว้ว่าความรักของพ่อที่มีต่อลูกนั้น เริ่มเมื่อเห็นหน้าลูกแรกคลอด แต่ความรักของแม่นั้นเริ่มตั้งแต่เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์)    แต่เมื่อถึงเวลาอธิบายพร้อมให้คำแนะนำกับคุณแม่โดยมีสามีเป็นฝ่ายสนับสนุนเพื่อให้ยุติการตั้งครรภ์ คุณแม่ยืนกรานปฏิเสธ ไม่ว่าจะเชิญอายุรแพทย์มาให้คำแนะนำด้วยก็ตาม แม่ยังยืนกรานที่จะเก็บลูกไว้ ทั้งยังบอกอีกว่าขอให้ผมและอายุรแพทย์ให้การดูแลรักษาลูกในครรภ์ให้ดีที่สุด สำหรับชีวิตตนเองนั้นพร้อมที่จะเสียสละให้ลูกได้ แม้ผมจะพยายามอธิบายให้คุณแม่ฟังเช่นไร แม่ยังยืนกรานตามเดิม นอกจากนี้ยังปฏิเสธที่จะใช้ยาบางชนิดรักษาโรคที่เป็นอยู่เพราะอาจมีผลกระทบต่อเด็กในครรภ์ อนุญาตให้ใช้ได้เพียงยาที่ค่อนข้างปลอดภัยต่อลูกในครรภ์เท่านั้น โดยไม่สนใจว่าชีวิตของตนจะเป็นเช่นไร

เมื่อผู้ป่วยปฏิเสธทางเลือกที่แพทย์เสนอให้ ย่อมทำความลำบากใจให้ทีมแพทย์ผู้รักษา แต่การทิ้งให้ผู้ป่วยเผชิญกับปัญหาตามลำพังย่อมไม่ใช่วิสัยของแพทย์ที่พึงปฏิบัติ ผมจึงได้วางแผนการรักษากับทีมอายุรแพทย์ทั่วไปเนื่องจากขณะนั้นยังไม่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคไตโดยเฉพาะ เราวางแผนกันว่าถ้าไตทำหน้าที่แย่ลง จะต้องให้แม่นอนรพ.เพื่อจะได้พักผ่อนและติดตามอาการเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด พยายามที่จะเก็บเด็กจนอายุครรภ์ถึง32สัปดาห์จึงจะให้คลอดได้ เนื่องจากโอกาสที่จะเลี้ยงรอดเป็นไปได้สูงเกือบ100เปอร์เซ็นต์ และทุกครั้งที่โรคของแม่แย่ลงผมจะพยายามอธิบาย ขอร้องให้แม่ยอมยุติการตั้งครรภ์เพื่อความปลอดภัยของตัวแม่เอง ขณะเดียวกันต้องมีการตรวจสุขภาพเด็กในครรภ์อย่างใกล้ชิดเช่นกัน เพื่อให้มั่นใจในความสมบูรณ์ของลูกน้อย

คุณแม่มาฝากครรภ์ตามนัดทุกครั้งกับสามีแม้ว่าจะนัดถี่กว่าปกติมากแทบจะทุกสัปดาห์ ต้องพบทั้งผมและอายุรแพทย์ซึ่งมีการประสานงานกันตลอดเวลา จนกระทั่งอายุครรภ์24สัปดาห์ พบว่าการทำงานของไตแย่ลงเร็วมาก จำเป็นต้องให้แม่เข้านอนรพ.เพื่อให้พักและจะได้เฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ผมจำได้ว่าแม่มีกำลังใจดีตลอดและมีกลุ่มเพื่อนมาเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอ ตัวสามีเองกลับจากทำงานจะตรงมาอยู่เป็นเพื่อนภรรยาทันที นับว่าเป็นตัวอย่างของคู่สามีภรรยาที่มีความรักและอาทรต่อกัน สามีพูดกับผมบ่อยๆว่าเห็นใจภรรยาเป็นที่สุดที่ยอมเสี่ยงชีวิตตนเองเพื่อให้ลูกได้เกิดมามีชีวิต ภรรยายังบอกอีกว่าให้เลี้ยงลูกให้ดีที่สุดถ้าตัวเองไม่มีบุญพอต้องเสียชีวิตไปก่อน

พออายุครรภ์ได้27สัปดาห์แม่มีอาการแย่ลงอีก เริ่มมีน้ำในช่องปอดและช่องท้อง ปัสสาวะออกน้อยและมีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะร่วมด้วย ผมและอายุรแพทย์ได้แนะนำให้ยุติการตั้งครรภ์แต่คุณแม่ก็ยังคงยืนกรานที่จะเก็บลูกไว้ จนกระทั่งเกิดอาการช้อคจากการติดเชื้อแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ เชื้อเข้าสู่กระเเสเลือด เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด ทีมอายุรเเพทย์ได้ระดมกำลังทุกอย่างที่มีเพื่อรักษาชีวิตแม่และลูก แต่ในที่สุดเราก็ต้องเสียทั้งคุณแม่และลูก ผมจำได้ว่าตัวเองรู้สึกซึมเศร้าไปหลายวัน สามีกล่าวขอบคุณผมและอายุรแพทย์ บอกว่าทำดีที่สุดแล้วและไม่โทษภรรยาที่ไม่ยอมเอาลูกออก เนื่องจากเข้าใจในความรักที่แม่มีต่อลูก ภรรยาอยากได้ลูกมานานแล้ว ตนเองได้ลาออกจากงานเพื่อบวชอุทิศส่วนกุศลให้กับภรรยาและลูก

ตัวผมเองได้คิดทบทวนหลายต่อหลายครั้งว่าทำไมจึงไม่สามารถอธิบายให้แม่ยอมยุติการตั้งครรภ์ตั้งแต่แรก ผมพร่ำโทษตัวเอง จนในที่สุดจึงสรุปว่าความรักของแม่ที่มีต่อลูกนั่นยิ่งใหญ่เหลือคณา แม่นั้นยอมสละได้ทุกอย่างแม้แต่ชีวิตตนเองเพื่อลูก

ผมขอให้เจ้าหน้าที่ห้องฝากครรภ์ทุกคนต้องเข้าใจและเห็นใจหญิงตั้งครรภ์ ควรมีเวลาในการพูดคุยโดยเฉพาะการพูดคุยส่วนตัวบ้างเพื่อให้มีโอกาสซักถามปัญหาต่างๆเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและจิตใจ ได้ระบายความรู้สึกที่อาจเครียดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนขณะตั้งครรภ์ ขณะเดียวกันการให้คำแนะนำหญิงตั้งครรภ์รายกลุ่มจะช่วยให้แม่มีเพื่อนที่พูดคุยกันได้ และควรพยายามให้พ่อมีส่วนร่วมด้วยทุกครั้งเพื่อจะได้เข้าใจในความรู้สึกและความลำบากของแม่ด้วย ขณะเดียวกันเมื่อพบว่าแม่เริ่มมีอาการผิดปกติควรรีบตรวจอย่างละเอียดพร้อมให้คำปรึกษา  เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งแม่และลูก

          การฝากครรภ์นั้นถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างเด็กให้มีคุณภาพตั้งแต่แรกเกิด การดูแลแม่ด้วยหัวใจจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทุกคนจำเป็นต้องมี

“ขอบคุณที่เป็นคนดี”

แม่…..ผู้ให้กำเนิดชีวิต (ตอนที่๒)
แม่…..ผู้ให้กำเนิดชีวิต (ตอนที่ ๓)