ภาษาไทย  |  English  

เป็นเด้นท์สูติอย่างไรให้มีความสุข

เป็นเด้นท์สูติอย่างไรให้มีความสุข

นพ.พิษณุ ขันติพงษ์

รองประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย

ประธานอนุกรรมการจริยธรรมราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย

          ผมขอขอบคุณน้องๆทุกคนที่เลือกมาเป็นสูติแพทย์แม้ว่าปัจจุบันสูติแพทย์จะอยู่ในอันดับแรกของการถูกฟ้องร้องร้องเรียนหรือเกิดความขัดแย้งระหว่างแพทย์กับคนไข้และญาติผมไม่อยากให้เรื่องนี้มารบกวนจิตใจพวกเราหรือทำให้เกิดความกังวลใดๆเนื่องจากมีโอกาสพบได้น้อยมากเมื่อเทียบกับการคลอดเกือบ 8 แสนคนต่อปีและการให้บริการอีกนับครั้งไม่ถ้วน

          อย่างไรก็ตามผมมีคาถากันการฟ้องร้องที่ได้มาจากค่านิยมร่วมของรพ.น่าน ที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัย อ.นพ.บุญยงค์ วงค์รักมิตรอาจารย์นำมาจากกฏเสนาบดีที่ใช้ตั้งแต่ปีพศ.2472  ในอดีตใครก็ตามที่จะทำงานในโรงพยาบาลจะต้องจุดธูปเทียนสาบานต่อหน้าพระพุทธรูปว่าจะปฏิบัติตามกฏนี้อย่างเคร่งครัดว่า

  1. จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความรู้ความสามารถ (Quality care)
  2. จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง (Risk care)
  3. จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความปรารถนาดีต่อคนไข้และญาติ (Humanizied care)

ถ้าเราทำได้ทั้ง3ประการนี้แล้วก็ไม่ต้องกังวลว่าใครจะมาฟ้องร้องเราเพราะมีโอกาสเกิดสิ่งไม่พึงประสงค์กับคนไข้น้อยที่สุดนอกจากจะเป็นเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆและเมื่อเกิดขึ้นคนไข้และญาติต่างก็เข้าใจ

ผมขอให้ทุกคนตั้งเป้าหมายในการมาเรียนนี้เพื่อช่วยแก้ปัญหาแม่และเด็กของประเทศและดูแลสุขภาพของหญิงไทยเป็นสำคัญเนื่องจากปัญหาเหล่านี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขเท่าที่ควรแม้ว่าเราจะผลิตสูติแพทย์มาแล้วกว่า 3,000 คนปัจจุบันมีสถาบันฝึกอบรมสูติแพทย์ 23แห่งทั้งโรงเรียนแพทย์โรงพยาบาลศูนย์ฯโรงพยาบาลมหาราชของกระทรวงสาะารณสุขและโรงพยาบาลในสังกัดอื่นๆผมขอให้ทุกคนถือว่าเป็นสถาบันเดียวกันหมดไม่มีการแบ่งสถาบันการฝึกอบรมต่างสถาบันไม่ได้หมายความว่าจบจากสถาบันหนึ่งจะเป็นสูติแพทย์ที่ดีกว่าเก่งกว่าอีกสถาบันหนึ่งทุกคนควรมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันรู้จักกันให้มากที่สุดแบ่งปันความรู้ต่อกันในช่วงelectiveก็อยากให้ได้ไปฝึกในสถาบันอื่นเพื่อจะได้พบปัญหาที่แตกต่างได้รู้จักเพื่อนใหม่และอาจารย์ใหม่ด้วย

ระยะเวลา3ปีในสถาบันฝึกอบรมนั้นเร็วมากจึงควรตักตวงความรู้และประสบการณ์อย่างเต็มที่ที่สำคัญต้องรู้ว่าเรากลับเข้ามาเป็นนักเรียนใหม่ขณะทำงานอยู่ข้างนอกนั้นเราเป็นตัวของเราเองตัดสินใจเองแต่เมื่อมาเรียนจะมีระบบอาวุโสก่อนตัดสินใจหรือทำหัตถการต้องมีการรายงานตามลำดับขั้นแม้บางอย่างเราอาจเคยทำมาก่อนแต่ก็ต้องเรียนรู้ใหม่เมื่อมีระเบียบให้รายงานแพทย์อาวุโสก่อนทำหัตถการใดๆจะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดและจะต้องให้ความเคารพตามอาวุโสด้วย

ช่วงที่มาเรียนผมอยากให้พวกเราคำนึงถึงเรื่องเรียนเป็นสำคัญพยายามเรียนรู้กับคนไข้ให้มากที่สุดโดยเฉพาะในกรณีโรคที่พบยากหรือคนไข้ที่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงหรือเกิดความขัดแย้งระหว่างคนไข้ญาติกับรพ. แม้ว่าบางครั้งจะไม่ได้อยู่เวรเนื่องจากเป็นประสบการณ์ที่พบได้ไม่บ่อยจะได้เรียนรู้แนวทางการรักษาหรือแก้ไขปัญหาจะเป็นประโยชน์เมื่อจบเป็นสูติแพทย์แล้วที่ต้องรับผิดชอบเต็มที่เมื่อเจอโรคยากเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงหรือเกิดความขัดแย้งจะได้มีความมั่นใจในการรักษาหรือแก้ไขปัญหาได้

ในระหว่างฝึกอบรมผมขอให้งดรับคนไข้พิเศษส่วนตัวนอกจากเป็นเจ้าหน้าที่รพ.ที่พวกเราช่วยกันดูแลได้และไม่ควรรับอยู่เวรโรงพยาบาลเอกชนหรืองานนอกเวลาที่อื่นมากเกินไปควรมีเวลาพักผ่อนและสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานบ้างโดยเฉพาะกับพยาบาลที่เป็นทีมงานสำคัญของเรา

ในกรณีที่ดูแลคนไข้แล้วเกิดปัญหาเรื่องการสื่อสารหรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจทำให้เกิดความขัดแย้งจะต้องรายงานแพทย์รุ่นพี่และอาจารย์ทันทีพร้อมกับปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานบริหารความเสี่ยงของโรงพยาบาลอย่างเคร่งครัด

โดยทั่วไปผมอยากเห็นทุกคนมีคุณสมบัติดังนี้

1. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี 

ความสัมพันธ์ที่ดีนี้ไม่เฉพาะกับเพื่อนแพทย์เท่านั้นแต่รวมถึงเพื่อนร่วมงานทุกระดับ เนื่องจากเราทำงานเป็นทีม ต้องเริ่มจากการให้เกียรติเพื่อนร่วมงาน หลายครั้งผมพบว่าเจ้าหน้าที่ระดับล่าง(คนงาน ผู้ช่วยเหลือคนไข้ รปภ.)สามารถทำให้คนไข้ ญาติที่กำลังไม่พึงพอใจสงบลงได้ เนื่องจากคนไข้จะเชื่อบุคลากรเหล่านี้เพราะรู้ว่าไม่มีผลประโยชน์อะไร รวมถึงต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนไข้ ญาติ การสื่อสารที่ดีต่อคนไข้และญาติในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเป็นสิ่งจำเป็นที่พวกเราต้องฝึกให้เป็นนิสัย ควรคำนึงถึงการเอาใจเขามาใส่ใจเราเป็นสำคัญ โดยสังเกตดูจากแพทย์รุ่นพี่หรืออาจารย์เป็นสำคัญ และเมื่อไหร่ที่เกิดความขัดแย้งระหว่างแพทย์กับคนไข้จากการรักษาพยาบาล ควรเรียนรู้วิธีการและแนวทางการแก้ไขด้วย

2. มีความรับผิดชอบ 

ผมถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเมื่ออยู่เวรจะต้องดูแลคนไข้ให้ดีตามหน้าที่เมื่อได้รับโทรศัพท์รายงานจะต้องไปดูคนไข้ด้วยตนเองจะทำให้ตัดสินใจได้ดีกว่าการไม่ได้เห็นคนไข้อย่างน้อยจะสร้างความมั่นใจให้กับทีมงานรวมทั้งคนไข้ด้วยและเมื่อผลการรักษาไม่เป็นไปตามที่คาดหวังจะต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการติดตามดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด

ในชีวิตความเป็นแพทย์ผมไม่เคยปิดมือถือ นอกจากมีความจำเป็น เช่นอยู่ต่างประเทศและจะรับทุกสายอย่างมีสติ โดยเฉพาะในยามวิกาลจะต้องพูดให้อ่อนหวานที่สุดเพราะอาจมีคนกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา

3. มีความรู้ 

ความรู้นี้จะต้องทันสมัยเป็นที่ยอมรับจึงจำเป็นต้องเรียนรู้ตลอดเวลาแม้จะสิ้นสุดการฝึกอบรมแล้วและรู้จักวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของความรู้ใหม่ก่อนนำไปใช้กับคนไข้ขอให้จำไว้เสมอว่าเรามาเรียนเพื่อนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์เมื่อเรียนจบแล้วจะต้องไม่คิดว่าเราเก่งที่สุดจะต้องทำตัวให้ทุกคนเข้าหาเราได้ง่ายที่สุดความรู้ของเราจึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด

สำหรับงานวิจัยระหว่างการฝึกอบรมจำเป็นต้องให้ความสำคัญควรตั้งใจทำอย่างสม่ำเสมอเมื่อมีปัญหาให้ปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษาทันทีไม่ควรมาเร่งทำตอนใกล้จบเพราะเมื่อมีปัญหาจะแก้ไขไม่ทันทำให้เกิดความเครียดทุกคนควรให้ความสนใจในการทำวิจัยเพราะจะเป็นพื้นฐานในการเป็นนักวิจัยที่ดีในอนาคตงานวิจัยจะช่วยแก้ไขปัญหาทางการแพทย์ได้ดีขึ้น

ทุกคนควรหาโอกาสเข้าร่วม interhospital conference ทุกครั้งและกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นของตนเองเพื่อการเรียนรู้เป็นการฝึกบริหารความรู้ที่ได้เรียนมาผิดถูกก็ไม่เป็นไรเมื่อจบแล้วจะได้นำไปใช้ต่อในรพ.ที่ทำงานเพราะการได้แสดงความคิดเห็นของเราการระดมความคิดเห็นของหลายๆคนเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การรักษาพยาบาลคนไข้เป็นไปอย่างดีที่สุดเมื่อเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ก็ยังช่วยกันดูแลให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด

สำหรับการสอบผมไม่อยากให้ทุกคนหมกมุ่นหรือกังวลจนเกินไปผมเชื่อว่าตลอดระยะเวลา3ปีในสถาบันฝึกอบรมถ้ามีความขยันเอาใจใส่ดูแลคนไข้และอ่านตำราเป็นประจำไม่จำเป็นต้องกลัวการสอบผมเชื่อว่าทุกคนสามารถสอบผ่านได้อย่างแน่นอน

4. มีการดูแลคนไข้ด้วยหัวใจบนพื้นฐานความรู้ (Humanized health care)

เป็นหัวใจของการเป็นสูติแพทย์ที่ดี เราจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของคนไข้หรือแม่และเด็กในครรภ์เป็นสำคัญที่สุด เมื่อไหร่ที่ต้องตัดสินใจเพื่อเลือกการรักษาจะต้องตัดสินใจบนพื้นฐานนี้เสมอ การให้ข้อมูลแก่คนไข้ต้องให้ด้วยความเป็นกลางทั้งข้อดีข้อเสียเพื่อให้คนไข้ตัดสินใจได้อย่างถูกต้องโดยมีเราเป็นผู้ให้คำแนะนำ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดและเมื่อเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ ต้องไม่ปิดบังคนไข้แต่ต้องช่วยกันทำให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุดและต้องแจ้งอาการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญพร้อมแนวทางการรักษาเป็นระยะๆ คิดว่าถ้าคนไข้เป็นญาติสนิทของเราจะทำอย่างไรก็ควรทำเช่นนั้นเหมือนกัน

          มีหลายคนบอกกับผมว่าเดี๋ยวนี้ในสถาบันฝึกอบรมมีตัวอย่างที่ดีให้เห็นน้อยมากหลายคนเอาแบบอย่างในทางไม่ดีแล้วอ้างว่าทำตามรุ่นพี่หรืออาจารย์ผมขอบอกกับทุกคนว่า"คนดี คนไม่ดีนั้นเป็นตัวอย่างได้หมด คนดีเป็นตัวอย่างให้เราทำตาม คนไม่ดีเป็นตัวอย่างให้เราไม่ทำตาม"

ผมขอให้ทุกคนมีสมุดโน้ตคู่กาย (อาจเป็นสมาทโฟนหรือแทบเลต) ด้านหน้าบันทึกสิ่งดีงามที่พบเห็นด้านหลังบันทึกสิ่งไม่ดีไม่งามที่พบเห็นเช่นกัน  อ่านบันทึกทุกครั้งที่มีโอกาสปัจจุบันเราจะพบว่าด้านหน้ามีน้อยกว่าด้านหลังแต่ผมรับรองได้ว่าเมื่ออ่านบ่อยๆและเราไม่ทำในสิ่งที่ไม่ดีไม่งามบันทึกด้านหลังจะลดน้อยไปเองถ้าเรายังทำตามทั้งที่รู้ว่าไม่ควรทำแสดงว่าเราแย่ยิ่งกว่ารุ่นพี่ๆเราเสียอีกที่เห็นตัวอย่างไม่ดีแล้วยังทำตาม

ผมเชื่อว่าคงมีพวกเราหลายคนขณะฝึกอบรมอาจพบปัญหาที่ทำให้ไม่มีความสุขผมแนะนำให้รีบปรึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษาทันทีเพื่อหาทางแก้ไขร่วมกันผมถือว่าเรามาเรียนเอาความรู้เพื่อไปช่วยเหลือคนไข้จึงควรมีความสุขไม่ควรมีแต่ความทุกข์ไม่งั้นเมื่อจบเป็นสูติแพทย์แล้วเราจะมีความสุขได้อย่างไรและเมื่อแพทย์ไม่มีความสุขคนไข้จะมีความสุขได้อย่างไร

เรื่องคุณธรรมและทัศนคติที่ดีเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตการเป็นสูติแพทย์ผมขอให้ทุกคนดูตัวอย่างอาจารย์และรุ่นพี่เป็นสำคัญใช้วิจารณญานของเราเองว่าควรประพฤติปฏิบัติอย่างไรในการเป็นแพทย์ที่ดีผมอยากได้สูติแพทย์ที่ดีเก่งและมีความสุขดีต้องมาก่อนเก่งเสมอเพราะผมเชื่อว่าคนดีสำคัญกว่าทุกสิ่งผมได้ขอร้องให้สถาบันฝึกอบรมทุกแห่งพิจารณาเรื่องคุณธรรมและทัศนคติของเด้นท์ทุกคนด้วยถ้าพบว่าเด้นท์คนใดไม่เหมาะสมที่จะเป็นสูติแพทย์สถาบันมีสิทธิที่จะไม่ให้อบรมต่อหรือไม่ส่งสอบเพื่อรับวุฒิบัตร

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการเขียนเวชระเบียนผมขอให้พวกเราเริ่มต้นเขียนให้ถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาโดยเฉพาะใบซักประวัติตรวจร่างกายใบรายงานการผ่าตัดที่ควรบันทึกให้ละเอียดวาดภาพประกอบด้วยยิ่งดีหลายครั้งที่เกิดการฟ้องร้องจากการทำผ่าตัดไปถูกอวัยวะข้างเคียงเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงแต่ใบรายงานการผ่าตัดมีเพียงไม่กี่บรรทัดไม่มีการบันทึกว่ามีพังผืดบริเวณที่จะผ่าตัดหรือการผ่าตัดยากง่ายเพียงใดใบ progress note ที่ควรบันทึกเวลาขณะมาดูคนไข้อาการที่เปลี่ยนแปลงการวินิจฉัยและแนวทางการรักษาอย่างชัดเจนเนื่องจากเมื่อเกิดการฟ้องร้องเวชระเบียนจะเป็นหลักฐานเพียงชิ้นเดียวที่ช่วยเราได้มากที่สุด(หากจำเป็นต้องแก้ไขข้อความควรขีดฆ่าข้อความเดิมแต่ยังสามารถอ่านได้ไม่ควรใช้ยางลบหรือน้ำยาลบคำผิดก่อนเขียนข้อความใหม่และไม่ควรบันทึกเพิ่มเติมข้อความใดอีกหลังเกิดเป็นคดีความเพราะจะทำให้ขาดความน่าเชื่อถือเมื่อใช้เป็นพยานศาล)

          สุดท้ายนี้ผมขอให้ทุกคนดูแลรักษาสุขภาพทั้งกายและใจให้ดีแบ่งเวลาออกกำลังกายเป็นประจำทานอาหารที่มีประโยชน์พักผ่อนให้เพียงพอควรมีเวลาผ่อนคลายและหางานอดิเรกทำบ้างเพื่อให้มีความสุขผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกเราทุกคนจะมีความสุขระหว่างการฝึกอบรมและจะเป็นสูติแพทย์ที่ดีของคนไข้ต่อไป

ขอบคุณที่เป็นคนดี