“ราชวิทยาลัยฯ สัญจร” ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 ณ โรงพยาบาลชลบุรี จังหวัดชลบุรี

ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย จัดประชุมสัญจร ครั้งที่ 2/2569 ณ โรงพยาบาลชลบุรี เสริมความเข้มแข็งเครือข่ายอนามัยแม่และเด็ก เขตสุขภาพที่ 6 เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับคณะกรรมการงานอนามัยแม่และเด็กเขตสุขภาพที่ 6 ศูนย์อนามัยที่ 6 และกลุ่มงานสูติ-นรีเวชกรรม โรงพยาบาลชลบุรี จัดการประชุม “ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ฯ สัญจร ครั้งที่ 2/2569” ณ ห้องประชุมจิตตรีแนนหนา อาคารเฉลิมราชสมบัติ ชั้น 9 โรงพยาบาลชลบุรี จังหวัดชลบุรี
การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านสูติ-นรีเวชกรรมและอนามัยแม่และเด็ก ระหว่างราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย กับเครือข่ายบริการสุขภาพในเขตสุขภาพที่ 6 โดยก่อนวันประชุมได้มีการพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานระหว่างคณะกรรมการอนามัยแม่และเด็ก และ Service Plan สูติ-นรีเวชกรรมจากทุกจังหวัดในเขตสุขภาพที่ 6 ร่วมกับคณะจากราชวิทยาลัยฯ
🌟 พิธีเปิดการประชุม
ได้รับเกียรติจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลชลบุรีกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม
ภายในการประชุมมีการบรรยายวิชาการที่สำคัญ อาทิ
• “Overview of Preterm Birth Preventions” โดย พญ.ณัฐนันท์ วิไลเรืองชูวงษ์
• “Preventing Maternal Deaths: Key Causes and Strategic Solution in Health Region 2” โดย นพ.อัครวัฒน์ เพียวพงศ์ภควัต ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี
นอกจากนี้ ยังมีการอภิปรายกรณีศึกษาทางสูติ-นรีเวชกรรม (OB-GYN case discussion) โดยทีมสูตินรีแพทย์โรงพยาบาลชลบุรี ร่วมกับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากราชวิทยาลัยฯ และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล นำโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงสฤกพรรณ วิไลลักษณ์ ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย และ รองศาสตราจารย์นายแพทย์พฤหัส จันทร์ประภาพ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์
ช่วงบ่ายเป็นกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อเพิ่มพูนทักษะทางคลินิก ได้แก่
• Condom Balloon Tamponade สำหรับการจัดการภาวะตกเลือดหลังคลอด
• OASIS (Obstetric Anal Sphincter Injury)
• Transabdominal Cervical Length Screening เพื่อการป้องกันการคลอดก่อนกำหนด
การประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือทางวิชาการที่เข้มแข็งของเครือข่ายสูติ-นรีเวชกรรมไทย ในการยกระดับคุณภาพบริการสุขภาพแม่และเด็ก ลดการเสียชีวิตของมารดาและทารก รวมถึงพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ให้ทันต่อองค์ความรู้และเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่อย่างต่อเนื่อง








