“ราชวิทยาลัยฯ สัญจร” ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569 ณ โรงพยาบาลอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี

ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ขับเคลื่อนเครือข่ายเขตสุขภาพที่ 8 ยกระดับคุณภาพบริการสูติ-นรีเวช มุ่งลดการเสียชีวิตของมารดาและทารก พร้อมบูรณาการแก้ไขปัญหาสารเสพติดในหญิงตั้งครรภ์
วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมชั้น 7 อาคารผู้ป่วยนอกและอำนวยการ โรงพยาบาลอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับคณะกรรมการอนามัยแม่และเด็ก เขตสุขภาพที่ 8 ศูนย์อนามัยที่ 8 และกลุ่มงานสูติ-นรีเวชกรรม โรงพยาบาลอุดรธานี จัดการประชุมวิชาการสูติ-นรีเวชส่วนภูมิภาค ครั้งที่ 4/2569 เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ด้านสูติ-นรีเวชกรรม เสริมสร้างเครือข่ายวิชาชีพ และยกระดับคุณภาพระบบบริการอนามัยแม่และเด็กในระดับเขตสุขภาพ อันเป็นกลไกสำคัญในการลดอัตราการเสียชีวิตของมารดาและทารกแรกเกิดของประเทศไทย
ในพิธีเปิดการประชุม ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงสฤกพรรณ วิไลลักษณ์ ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกล่าวถึงบทบาทของราชวิทยาลัยฯ ในการพัฒนาวิชาการ การกำหนดมาตรฐานการดูแลรักษา และการสนับสนุนเครือข่ายสูติ-นรีแพทย์ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพบริการให้มีมาตรฐานเดียวกัน
โอกาสนี้ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุดรธานี และประธานคณะกรรมการอนามัยแม่และเด็ก เขตสุขภาพที่ 8 กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมจากโรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ ขณะที่ นายแพทย์สุธิต คุณประดิษฐ์ ประธานคณะอนุกรรมการภูมิภาค ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดประชุมว่า ราชวิทยาลัยฯ มุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และพัฒนาระบบบริการสูติ-นรีเวชกรรมให้มีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพของมารดาและทารกในแต่ละพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม
การประชุมครั้งนี้ได้รับความสนใจจากสูติ-นรีแพทย์ แพทย์ประจำบ้าน แพทย์ใช้ทุน พยาบาลวิชาชีพ บุคลากรด้านอนามัยแม่และเด็ก และสหวิชาชีพจากโรงพยาบาลในเขตสุขภาพที่ 8 และพื้นที่ใกล้เคียง เข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ทางวิชาการอย่างกว้างขวาง
ภาคเช้าของการประชุมเริ่มด้วยการบรรยายพิเศษหัวข้อ “ราชวิทยาลัยฯ ให้อะไรกับท่านได้บ้าง” โดยประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ถ่ายทอดบทบาทของราชวิทยาลัยฯ ในการสนับสนุนสมาชิก การพัฒนาศักยภาพวิชาชีพ การศึกษาต่อเนื่อง การสร้างเครือข่ายวิชาการ และการยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยตามแนวทางสากล
จากนั้นเป็นการประชุม Case Discussion ซึ่งเปิดเวทีให้ผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันวิเคราะห์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกรณีศึกษาที่มีความซับซ้อน อาทิ หญิงตั้งครรภ์ที่ใช้สารเสพติดชนิดแอมเฟตามีนร่วมกับภาวะหัวใจ Dilated Cardiomyopathy ภาวะเลือดออกผิดปกติจากมดลูกที่สัมพันธ์กับมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และการดูแลผู้ป่วย Adenomyosis ร่วมกับ Endometriosis ที่ปฏิเสธการรับเลือด โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายสถาบันร่วมให้ข้อคิดเห็นและแนวทางการดูแลรักษา เพื่อพัฒนามาตรฐานการรักษาและลดการเกิดเหตุการณ์ซ้ำในอนาคต
ภาคบ่ายจัดการประชุมวิชาการแบบคู่ขนาน (Parallel Sessions) ครอบคลุมประเด็นสำคัญของงานสูติศาสตร์ในปัจจุบัน โดยหัวข้อ Placenta Adherence Spectrum (PAS) นำเสนอองค์ความรู้ตั้งแต่การวินิจฉัยด้วยอัลตราซาวด์ การประเมินระดับความรุนแรง การวางแผนการรักษา การเตรียมทีมสหสาขาวิชาชีพ ไปจนถึงเทคนิคการผ่าตัด Caesarean Hysterectomy เพื่อช่วยลดการเสียเลือดและเพิ่มความปลอดภัยของผู้ป่วย
อีกหัวข้อสำคัญคือ Stop Maternal Death and Birth Asphyxia ซึ่งมุ่งเน้นการป้องกันการเสียชีวิตของมารดาและภาวะทารกแรกเกิดขาดออกซิเจน ผ่านการวิเคราะห์สาเหตุการเสียชีวิตที่สามารถป้องกันได้ การดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะครรภ์เป็นพิษ โรคหัวใจ และโรคทางอายุรกรรมที่มีผลต่อการตั้งครรภ์ รวมทั้งการพัฒนาระบบส่งต่อและการดูแลผู้ป่วยวิกฤตทางสูติกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ การประชุมยังจัด เวทีเสวนาเรื่อง “การป้องกันและแก้ไขปัญหาการใช้สารเสพติดในระหว่างตั้งครรภ์” ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่กำลังส่งผลกระทบต่อระบบบริการอนามัยแม่และเด็กของประเทศ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขา ได้แก่ สูติ-นรีแพทย์ กุมารแพทย์ จิตแพทย์ แพทย์เวชศาสตร์การเสพติด พยาบาล นักสังคมสงเคราะห์ และบุคลากรด้านอนามัยแม่และเด็ก ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงาน ตั้งแต่การคัดกรองหญิงตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยง การให้คำปรึกษา การบำบัดรักษา การดูแลด้านสุขภาพจิตและสังคม การวางแผนการคลอด การดูแลทารกแรกเกิดที่ได้รับผลกระทบจากสารเสพติด ตลอดจนการส่งต่อและติดตามดูแลต่อเนื่องหลังคลอด โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือของทีมสหวิชาชีพและเครือข่ายบริการทุกระดับ เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ลดภาวะแทรกซ้อน ลดการเสียชีวิตของมารดาและทารก และลดผลกระทบของปัญหาสารเสพติดต่อครอบครัวและสังคมในระยะยาว
บรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างเข้มข้นและเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริง สะท้อนปัญหาและอุปสรรคของแต่ละพื้นที่ พร้อมร่วมกันกำหนดแนวทางพัฒนาระบบบริการที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละจังหวัด อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการดูแลสตรีตั้งครรภ์และทารกแรกเกิดในทุกระดับของระบบบริการสุขภาพ
การประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมืออันเข้มแข็งระหว่างราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 8 ศูนย์อนามัยที่ 8 โรงพยาบาลอุดรธานี สถาบันการศึกษา และโรงพยาบาลเครือข่าย ในการขับเคลื่อนมาตรฐานบริการสูติ-นรีเวชกรรมของประเทศ ผ่านการพัฒนาวิชาการ การสร้างเครือข่ายวิชาชีพ การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการพัฒนาระบบบริการอย่างต่อเนื่อง
ผลลัพธ์ที่คาดหวังจากการประชุมครั้งนี้ คือการเพิ่มศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์ การพัฒนามาตรฐานการดูแลรักษา การลดภาวะแทรกซ้อนในหญิงตั้งครรภ์และทารก การลดอัตราการเสียชีวิตของมารดาและทารกแรกเกิด ตลอดจนการสร้างระบบบริการสูติ-นรีเวชกรรมที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และยั่งยืน เพื่อให้สตรีไทยทุกคนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพแม่และเด็กที่ได้มาตรฐานอย่างเท่าเทียมทั่วประเทศ อันสอดคล้องกับพันธกิจของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของมารดา เด็ก และครอบครัวไทยอย่างยั่งยืน







